ผมติดใจรสเย็ดของพี่ที่ทำงาน

ผมติดใจรสเย็ดของพี่ที่ทำงาน

ผมเป็นเกย์ครับ ผมยอมรับ และผมก็เป็นเกย์ฝ่ายรับด้วย แต่ผมไม่แสดงออกครับ ผมแอบใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางคนปรกติทั่วไป ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะปกปิดความเป็นเกย์ของตัวเองได้นานแค่ไหนไม่รู้เหมือนกัน ลักษณะภายนอกของผม ดูเป็นผู้ชายที่เรียบร้อย นิ่มๆ เพื่อนๆ ก็สงสัยกันแหละครับว่าผมเป็นเกย์หรือเปล่าเพราะผมไม่มีแฟน แต่ว่าไม่มีสักคนที่กล้าฟันธงว่าผมเป็นเกย์แน่

ถึงผมจะดูเรียบร้อย แต่ผมก็ดูเหมือนมีความเป็นผู้ชายอยู่สูงทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตา นิสัย การพูดจา ฯลฯ มันยังคงมีกลิ่นของความเป็นผู้ชายอยู่สูงครับ ซึ่งนั่น ก็ทำให้ผมเข้าไปพัวพันกับคนประเภทหนึ่ง ซึ่งชอบ Sex กับผู้ชายด้วยกันเอง มีเรื่องราวหลายเรื่องครับ เอาเป็นว่าผมจะค่อยๆ เล่าแล้วกัน หากได้รับการตอบรับดีก็จะเขียนเล่าเรื่องต่อไปเรื่อยๆ ถ้าไม่ใช่ ก็อาจจะจบลงเท่านั้น ช่วยเป็นกำลังใจด้วยแล้วกันครับผม

เรื่องแรกที่ผมจะเล่าเป็นเรื่องตอนผมทำงานที่แรก ตอนนั้นผมอายุ 24 ปีครับ ผมเป็นคนหน้าตาธรรมดามากๆ ค่อนข้างจะหน้าตาไม่เร้าใจด้วยมั้ง (อันนี้แฟนผู้หญิงที่ผมเคยคบมาบอกๆ ไว้ครับ) แต่ผมมีสิ่งหนึ่งที่ค่อนข้างจะดี และเป็นที่อิจฉาของเพื่อนๆ ผู้ชายด้วยกันตั้งแต่สมัยเรียนแล้วนั่นคือ “หุ่น” ผมไม่ใช่คนหุ่นดีอะไรมากมายครับ เพียงแต่ร่างกายของผมมันสมส่วนเอง ผมสูง 188-189 หนัก 73 แทบจะดูผอมไปด้วยซ้ำสำหรับบางคน

แต่หลายคนบอกว่ากำลังดี ผมไม่มีมัดกล้ามเพราะว่าไม่ค่อยออกกำลัง แต่เคยไปว่ายน้ำเบาๆ อยู่พักหนึ่ง (ประมาณ 1 ปีได้) เพราะฉะนั้น รูปร่างผมจึงไม่เป็นกล้ามเป็นมัดจนน่ากลัว แต่กำลังได้สัดส่วนพอดีเลยล่ะครับ ผมเข้าทำงานที่บริษัทผลิตสินค้าที่หนึ่ง (เครื่องเรือน) ซึ่งใจจริงผมอยากเป็นศิลปินมากกว่า เพราะเมื่อก่อนผมตั้งวงดนตรี เล่นกีตาร์, คีย์บอร์ด และแต่งเนื้อเพลง ผมอยากเป็นศิลปินครับ อยากแต่งเนื้อเพลงขาย อยากให้มีคนร้องเพลงของผม หัวเราะและร้องไห้ไปกับมัน

แต่ผมพยายามอยู่ 3 ปี โดยที่ไม่ได้เงินเดือน และมันก็ไม่ประสบความสำเร็จ ผมจึงตัดสินใจเข้าทำงานกับบริษัทนี้ตามคำชวนของลูกพี่ลูกน้อง ที่พี่เขาได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการ(คนโปรดของซ้อ) ซึ่งซ้อคือคนคุมอำนาจบริหารในบริษัททั้งหมด ซ้อรับผมเข้าทำงานเพราะเห็นว่าผมจบโฆษณามาโดยตรง ซึ่งลูกชายคนรอง (กำลังเรียนอยู่ต่างประเทศ) ตั้งบริษัทโฆษณาขึ้นไม่นานและมี “ตั่วเฮีย” (ลูกชายคนแรก) รักษาการแทนอยู่

เขาจึงรับผมเข้าไว้เพื่อแทนคนในบริษัทของลูกชายถ้าคนมันขาด แต่ถ้าคนยังเต็มอยู่เขาก็ให้ผมทำงาน Office ทางฝั่งบริษัทที่ซ้อดูแลอยู่ไปก่อน ผมเข้าทำงาน Office ได้แค่ 4 วัน ผมก็เห็นคนทางฝั่งบริษัทโฆษณาลาออกไป 3 คน (ลาออกทีละคน) ผมจึงต้องย้ายตึกไปอยู่ฝั่งบริษัทโฆษณาในฐานะ Copy Writter และที่นั่นผมถึงได้รู้จักกับ “พี่หนุ่ม” ผู้ที่ทำให้ผมต้องต่อสู้กับความอยากของตัวเองจนทุกวันนี้

ผมเป็นคนแปลกหน้า เพราะฉะนั้นบรรยาการจึงดูเหมือนไม่น่าที่จะทำงานเลย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะคนเก่าทำไม่ดีเอาไว้มาก ผมเข้ามาทุกคนเลยกลัวว่าผมจะมาสร้างภาระเหมือนคนเก่า เพราะงั้นทุกคนจึงรุมแกล้งผมเพื่อทดสอบความอดทนว่าผมอึดแค่ไหน 2 เดือนแรกผมต้องทำงานตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง ตี 1 โดยที่ไม่ได้โอทีเลย ผมทั้งแค้นทั้งโกรธ อยากลาออกไปซะเดี๋ยวนั้น แต่กลัวว่าคนที่ฝากผมเข้ามาจะเสีย เลยต้องอดทน

ผมเกลียดทุกคนที่แกล้งใช้งานผมจนผมไม่มีเวลาเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะพี่หนุ่ม ผมจะเกลียดมากเป็นพิเศษเพราะว่าพี่แกไม่ทำงานของตัวเองเลย เขาโยนงานกราฟฟิคที่คั่งค้างเป็น 100 ปี มาให้ผมทำ แล้วตัวเองก็นั่งเล่นเน็ท ผมทำกราฟฟิคไม่เก่งครับ ทำงานได้ช้ามาก พอเจ้านายทวงงาน พี่เขาก็โทษว่าผมเป็นคนทำตัวนั้น ทั้งที่ผมไม่ใช่ตำแหน่งกราฟฟิค ผมก็เลยต้องโดนด่าซะงั้น (บริษัทคนจีน เขาจะขี้โวยวายและเสียงดังมากๆ ไว้ก่อน)

ผมเกลียดพี่หนุ่มมากขึ้นๆ พอๆ กับที่งานผมเพิ่มขึ้นๆ เพราะผมต้องทำงานช่วยทุกคน ทั้งกราฟฟิค ทั้งโทรนัดลูกค้าให้เซลล์ ทั้งต้องออกไปแบกของติดตั้งกรอบป้าย ติดต่อเช่าสถานที่กับฝ่ายที่หาสถานที่ จนในที่สุด ผมก็กลายมาเป็นเลขาส่วนตัวของ “ตั่วเฮีย” เพราะว่าผมทำงานเรียบร้อย และอึดที่ทนการโดนแกล้งจากทุกคนได้

ทำงานต่อมาเรื่อยๆ จนเข้าเดือนที่ 4-5 หน้าที่รับผิดชอบผมคืนเจ้าของหมด เพราะผมได้เป็นเลขาส่วนตัวและเป็นคนที่ “ตั่วเฮีย” ไว้ใจแล้ว ผมได้รับอนุญาตให้มีสิทธิพิเศษหลายอย่าง นั่นคงทำให้พี่หนุ่มแอบอิจฉาผมอยู่เล็กๆ ผมคุยกับพี่เขาด้วยท่าทางปรกติ แต่ก็มีโวยมั่งเหมือนกันเวลาเขาทำงานไม่เรียบร้อย เพราะตอนนี้ผมกลายเป็นคนตรวจงานแทนเจ้านายแล้ว ฐานะมันกลับกันกับเมื่อก่อนที่พี่เขาโวยผม

จนกระทั่งประมาณเดือนที่ 6 เซลล์ขายของได้ (หมายถึงสื่อ Innovation ที่ทางบริษัทผมดูแล) พวกผมเลยพากันไปเลี้ยงฉลองโดยมี “ตั่วเฮีย”เป็นแกนนำ ตั่วเฮียพาพวกเราไปที่ผับแห่งหนึ่งย่านรัชดา ซึ่งชั้นบนเป็นโรงแรมหรู ทุกคนต่างตกใจเพราะว่าผมทั้งร้องทั้งเต้นแบบบ้าหลุดโลก บุคลิกไม่เหมือนคนเรียบร้อย ทำงานเป็นระเบียบเหมือนในที่ทำงานเลย ทุกคนต่างลงความเห็นว่าผมเมาแล้ว แต่ผมยืนยันครับว่าผมไม่เมาแน่นอน

เราสังสรรค์กันจนกระทั่งร้านปิด ตั่วเฮียต้องไปส่งแฟน แต่ดูท่าพวกเราจะกลับไม่ไหวกันเขาจึงเปิดห้องพักด้านบนให้พวกเรานอนแล้วเช้าค่อยกลับ กิ๊ก (เซลล์) มีแฟนมารับกลับบ้าน ส่วนไอ้หน่อย (เด็กส่งของ) มันอ้วกแตกอ้วกแตนและร้องอยากกลับบ้าน จนไอ้อ็อด (เด็กส่งของ) ต้องหิ้วปีกโบกแท็กซี่กลับบ้าน ที่ดูไม่ไหวนอนแผ่หลาอยู่ในห้องก็มีพี่หนุ่มคนเดียว ผมเองถ้าไม่ลืมเอากุญแจบ้านออกมา ถ้าในตัวตอนนั้นมีเงินพอค่ารถแท็กซี่ผมคงกลับบ้านเหมือนกัน

แต่ไหนๆ ก็ไหนๆ ผมไม่ได้คิดอะไรมากมายเท่าไหร่ และก็ไม่กลัวว่าพี่หนุ่มมันจะทำไรผมด้วย เพราะพี่หนุ่มมีสาวๆ มาติดเยอะ ทั้งที่หน้าตาไม่ได้หล่อเลย ไม่ถูกใจผมเลยสักนิด แถมเขาก็เริ่มปล่อยตัว ดูออกจะอวบๆ อ้วนๆ หน่อยๆ อายุประมาณ 33 ไว้หนวดตามสไตล์พวกเซอร์ๆ เจาะหูดูเถื่อนๆ จบด้านศิลปะมา ผมรู้อยู่แค่นี้อ่ะ เพราะผมเองไม่ได้สนใจพี่หนุ่มเลย ประกอบกับแค้นอยู่ในใจลึกๆ อยู่แล้ว

ถึงจะคุยดีกับเขาต่อหน้า แต่ในใจก็อดที่จะรู้สึกติดลบกับเขาไม่ได้ ห้องพักเป็นห้องเตียงเดี่ยวมีแค่ผมกับพี่หนุ่ม 2 คนเท่านั้นในห้อง ผมนอนสักพักหลังจากที่คนอื่นกลับกันไปหมดแล้ว พี่หนุ่มก็ลืมตาขึ้นมาชวนผมคุย ถึงผมจะไม่เมาผมก็มึนนิดๆ พี่หนุ่มเขาชวนคุยไปเรื่อย จนกระทั่งวกเข้ามาเรื่องฟันหญิง เขาเลยถามผมว่าผมเคยหรือยัง “แหมพี่ ของงี้รู้ๆกันอยู่ว่ะ ป่านนี้แล้วแม่งไม่เคย Sex ก็ควายสุดๆ แล้ว” ผมตอบพี่เขาไป

“เคยมากี่คนแล้ววะเมิง” พี่เขาถามต่อพลางมองหน้าผม “ก็ไม่กี่คนหรอกพี่ ผมไม่ค่อยได้อะไรกับใครเท่าไหร่” “แล้วตอนนี้เมิงมีแฟนมั๊ยวะ” พี่หนุ่มรุกต่อ “ไม่มีอ่ะพี่ มีแล้วเดี๋ยวต้องมาตามหลบคนนั้น สับรางคนนี้เหมือนพี่หนุ่มอ่ะ ปวดหัวตายห่า ถามจริงเหอะพี่ พี่ไม่เบื่อมั่งเหรอไง ต้องมาคอยหลบคนนั้น กลัวคนนี้จะเห็น ต้องมาคอยโกหก แก้ปัญหาเวลาคนนั้นงอน คนนี้งอน มีแฟนคนเดียวดีกว่าอีกนะ หรือไม่ก็ไม่มีเลยสบายกว่า อยากมีเมื่อไหร่ค่อยหา”

“อืม เออก็จริงว่ะ แม่งเบื่อชิบหายเลย นี่แม่งก็งอนไปคนนึงอีกแระ 5555 แต่แม่งดีตอนได้เอานะเมิง กูค่อนข้าง Sex จัดว่ะ เลยต้องหาที่ระบายหลายๆ คน คนเดียวแม่งทนกูไม่ไหว เห้ย! เมิงรู้มะทำไมกูถึงมีคนมาติดเยอะ ทั้งที่กูหน้าตาไม่ดี มันมีเคล็ดลับเว้ย อยากรู้เปล่า…” พี่เขาถามผม ผมก็เลยบอกว่า อยากรู้ ให้พี่เขาเล่ามา แต่พี่เขากลับบอกว่า เอาไว้เล่าวันหลัง แล้วก็ชวนคุยเรื่องอื่น

พี่เขาคุยนานมากจนผมเริ่มง่วง และเผลอหลับไป ผมรู้สึกเหมือนหลับไปนานเลยล่ะ จนสักพักมันรู้สึกกึ่งหลับกึ่งตื่น อาจจะเพราะยังค้างคาเรื่องที่คุยกันเมื่อกี้ ผมเหมือนกับฝันว่า กำลังโดนคนหล่อไซร้เพื่อที่จะเอาผมอยู่ ผมเสียวจน ควยแข็ง รู้สึกเหมือนถูกเมือลูบไล้ไปทั่วตัว จนผมสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะนึกขึ้นได้ว่าผมอยู่ในห้องกับพี่หนุ่ม ผมสะดุ้งขึ้นมาพบตัวเองนอนหงายถูกเลิกเสื้อขึ้นมากองกันที่หน้าอก มือ 2 ข้างผมถูกจับพาดขึ้นด้านบนเหนือหัว โดยมีมือพี่หนุ่มจับกดไว้

ขาของพี่หนุ่มแยกขาผมออกและนั่งกดทับอยู่บนนั้น พลางแอ่น ควย ของพี่เขาที่แข็งเป็นลำอยู่ใต้กางเกงในถู ควย ผมที่กำลังแข็งตอบสนองเขาเช่นกัน ปากพี่เขาทำหน้าที่ไซร้ซอกคอ หัวนม และคางผมอยู่ “พี่! ผมเป็นผู้ชายนะพี่” นั่นเป็นคำแรกที่ออกมาจากปากผม แต่กลับทำให้พี่เขายิ้มแล้วตอบกลับมาว่า “เออ กูรู้ ถึงได้ทำไง ถ้าเมิงเป็นเกย์ คนอื่นก็รู้กันหมดดิว่ากูชอบฟันผู้ชาย”

“เห้ย! อย่านะเว้ย” ผมร้องพร้อมทั้งกับพยายามพลิกตัว แต่ผมสู้แรงเขาไม่ไหวอาจเพราะผมไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย บวกกับเมื่อคืนผมปล่อยซะเต็มที่เลยมั้งครับ ถึงรู้สึกว่าสู้แรงพี่เขาไม่ไหว พี่เขาเงยหน้าขึ้นมามองผมอีกครั้ง ยิ้ม และเอาหนวดสากๆ ของคนเพิ่งโกน ลงละเลงที่ข้างๆ หน้าอกใกล้ๆ กับรักแร้ ท้องแขน มันทำให้ผมจั๊กจี้ปนเสียวแบบแปลกๆ ผมยิ่งดิ้น ยิ่งรู้สึกหมดแรง เพราะรสเสียวที่พี่เขาป้อนให้

แล้วพี่เขาก็เอาปากมาจุ๊บเบาๆ รอบหัวนมผม ก่อนที่จะเอาริมฝีปากเขี่ยหัวนมผม ผมได้แต่ร้อง อือๆ ด้วยความเสียว และเริ่มมีอารมณ์คล้อยตาม ทั้งๆที่ ควย ผมมันตอบสนองไปนานแล้ว พี่เขาค่อยๆ ขบหัวนมผมเล่นเบาๆ ไปมา สลับซ้ายขวา ก่อนจะดูดหัวนมผมอย่างจริงจังขึ้น จากเบาๆ จนเริ่มแรงขึ้นๆ สลับกับเอาลิ้นเลียวนรอบหัวนม และเขี่ยเล่น สลับกับดูด ในขณะที่เอวพี่เขาก็ยังคงแอ่น ควย เด้า ควย ผมหยุบๆ เบาๆ อยู่ตลอดเวลา

บอกตามตรงครับว่าชั่วโมงนี้ผมเริ่มที่จะไม่ขัดขืนแล้ว เพราะความเสียวเข้าครอบงำ ผมไม่สนแล้วด้วยซ้ำว่าพี่หนุ่มไม่ใช่คนในสเป็คผม ไม่สนว่าพี่หนุ่มจะหน้าตาดีหรือไม่ และไม่สนว่าผมเคยแค้นอะไรพี่หนุ่มหรือเปล่า ตอนนี้มีแต่ความเสียวที่พี่หนุ่มปรนเปรอเท่านั้น ที่ผมรู้สึกต่อหน้า เหมือนพี่หนุ่มรู้สึกได้ว่าผมคล้อยตามแล้วพี่เขาเริ่มที่จะปล่อยแขนผมและลงจากการนั่งทับขาผม พลางเอาเข่าแทรกเข้าหว่างขาในท่าที่ผมนอนหงาย

แล้วมือพี่เขาก็มาบีบนมผมข้างหนึ่งให้มันเป็นเต้าขึ้นมาเพื่อที่จะดูดดุนลิ้นลงบนหัวนม ส่วนอีกมือพี่เขาดันคางผมให้เงยหน้าขึ้นและเอานิ้วกลางยัดใส่ปากผมไว้ บั้นเอวพี่เขายังคงเด้าเบาๆ ที่ร่องก้นผม สักพักพี่เขาก็ถอดกางเกงและกางเกงในผมออก พร้อมกับถอดของตัวเองในขณะที่ปากพี่เขาเลื้อยขึ้นมาดูดปากผมอยู่ ผมตอบสนองพี่เขาด้วยสัญชาติญาณของร่างกาย โดยที่สมองไม่มีสิทธิออกคำสั่งเลยในวินาทีนั้น

เราเปลือยเปล่าด้วยกันทั้งคู่ ไม่มีอะไรมากั้นอีกแล้ว ควย พี่เขาแข็งเป็นลำตรงสวย ขนาดไม่ใหญ่มาก แต่ก็ไม่เล็กเช่นกัน พี่เขาละปากเขาออกพลางพลิกตัวลงไปในท่า 69 ให้ ควยเขาจ่อที่ปากผม แล้วพยายามให้ผมอมควย แต่ผมไม่ยอมอมให้เขา เขาเลยหันมาเล่นที่ก้นผม เขาเอาน้ำลายทาประตูหลังผม แล้วเอามือลูบไล้ ก่อนที่จะเอานิ้วกลางทาครีมใสๆ ค่อยแทงๆ หยุบๆ เข้าไปเบาๆ และอีกมือหันมาชัก ควย ผมให้แข็ง

ผมได้แต่ดิ้นไปมา ด้วยความเสียว พูดอะไรไม่ออกนอกจาก ครางอือๆ อยู่อย่างนั้น มันรู้สึกเสียวจนเหนื่อย และเหมือนจะขาดใจให้ได้ สักพักพี่เขาพลิกตัวขึ้นมาซ้อนอยู่ด้านหลังของผม ดึงก้นผมยกสูงขึ้น แก้มผมไถกับที่นอน แขนไม่มีแรงดันตัวขึ้น ได้แต่นอนจิกผ้าอยู่ตรงนั้น พี่เขาเอา ควย ถูไถที่ก้นผมจนน้ำเยิ้มไปหมด แต่ไม่ยอมแทงเข้ามาสักที ได้แต่ทรมานผมโดยการ โลมเล้าไปมา ก่อนที่จะพูดขึ้นมาว่า

“ว่าไง จะอมให้กูหรือเปล่า ไม่งั้นจะทรมานอย่างนี้ไปเรื่อยๆ” พูดเสร็จ พี่เขาก็แนบตัวลงมาบนตัวผมทั้งที่ก้นผมยังโด่งอยู่อย่างนั้น พลางไขว้แขนกอดตัวผมจากด้านหลัง และขยำนมผมเล่น ปากพี่เขาดูดอยู่ที่หู ไซร้ใบหู และซอกคอผมอยู่ พลางกระซิบข้างหูผมว่า “เมียจ๋า อมควยให้ผัวหน่อยนะๆ” ผมได้แต่ร้องอือๆ เช่นเดิม แล้วพี่เขาก็จับผมนอนหงาย แล้วขึ้นค่อมอยู่บนหน้าอกผม พลางค่อยๆ กระเถิบขึ้นมา จ่อ ควย เข้าปากให้ผมอม

สักครู่หนึ่งพี่เขาเองก็คงเสียวมาก รีบชัก ควย ของเขาออกก่อน และถามผมว่า อยากโดนท่าไหน ผมไม่ตอบเหมือนเดิม พี่เขาเลยจับผมพาดที่ขอบเตียง และค่อยๆ สอดแท่งเนื้อเข้ามาในตัวผม หลังจากที่สวมถุงและทาเจลหล่อลื่นแล้ว แต่ผมก็ยังเจ็บมาก ขยับตัวหนี แต่พี่เขาก็รั้งเอวผมไว้ และกระแทกอย่างแรงแบบสะใจ ผมน้ำตาเล็ดเลยครับ และยิ่งหมดแรงเข้าไปอีก พี่เขาแช่สักแป๊บ และค่อยๆ เด้าหยุบๆ ก่อนเริ่มซอยแรงขึ้น

ผมมีอารมณ์ร่วมได้ไม่ยาก เพราะว่าครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรก ผมเคยมี Sex กับคนอื่นมาบ้างแล้ว ก็เลยเจ็บไม่นานนัก ประกอบกับพี่เขาทำเก่งมาก ผมรู้สึกเสียวอยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่พี่เขาถอนแท่งเนื้อออก ผมต้องรีบแอ่นตูดไปรับเพราะกลัวหลุด มันเสียวเหมือนจะขาดใจให้ได้ แขนขาไม่มีแรงจะพยุงตัวเองอยู่เลย พี่เขาพาตัวผมขึ้นมาบนที่นอนทั้งที่ ควย ยังอยู่ในรูสวรรค์ของผม

พี่เขายกแขนผมขึ้นให้มือเท้าที่กำแพง แล้วเขาก็เอามือมาโปะที่หน้าอกผม ขยำขยี้ ที่เอวก็ยังซอยเข้า-ออก อยู่ตลอดเวลา สลับกับ โน้มตัวมากอดผมและกระเด้าเบาๆ ช้าๆ เนิบๆ แต่เวลาพี่เขากระแทกแต่ละครั้ง ถึงจะช้า หรือเนิบๆ แต่หนักหน่วง สักพักพี่เขาก็ถอนออก จับผมนอนหงาย หอมแก้มและจูบปากผม เอาหมอนรองก้นผมให้รูสวรรค์เงยขึ้นเตรียมรับแท่งเนื้อ แล้วพี่หนุ่มก็สอดเขาเข้าหว่างขาผม

จับแท่งเนื้อจ่อ และแทงเข้าไปทีเดียว ผมจุกเล็กน้อย แต่เสียวมากกว่าเก่า เพราะพี่เขาร่อนเอวหมุนควงสว่าน แทงทแยงซ้ายขวา ผมได้แต่ร้องดังขึ้น มือจิกผ้า เหงื่อท่วมตัว มันเสียวมากครับ และรู้สึกได้เลยว่ามันเข้าได้ลึกมากๆ ผมเสียวจนแตกเองโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลย ยิ่งทำให้พี่เขาหัวเราะชอบใจ ยิ่งร่อนเอวหนักขึ้นอีก เสียงกระแทกดังมาก ชั่วโมงนี้ไม่มีการออมแรงไว้อีกแล้ว พี่เขาโหมสุดตัว ผมเสียวอยู่ตลอดเวลาแม้ว่าจะออกแล้วก็ตาม

สักพักพี่เขาก็เบาลง และโน้มตัวลงมากอดผมไว้ และจูบปากแบบดูดดื่ม ตอนนี้เอวพี่เขากระเด้าแบบขึ้นสุด ลงสุด แต่ทำอย่างช้าๆ บรรจง ทำให้ผมเสียวสุดยอดขึ้นมาอีกเพราะกลัวจะหลุดด้วย พี่เขากระเด้าอยู่เหมือนเดิม และเริ่มเล่นที่นมผมอีกครั้ง เอ่ยปากชมอยู่ตลอดเวลาว่าตัวผมนิ่มมาก เหมือนเนื้อผู้หญิงเลย เขาถึงได้ชอบกอดและขยี้ขยำผมอยู่ตลอด ถึงแม้ผมจะไม่ค่อยมีเนื้อก็เถอะ แต่ที่หน้าอกผมก็พอมีบ้างเพราะผลจากการว่ายน้ำจนเกือบจะมีกล้ามหน้าอก แต่ดันหยุดก่อน ก็เลยเป็นกล้ามอกที่ไม่เต็มรูปเท่าไหร่ และเพราะไม่ได้ออกกำลังต่อนานๆ มันก็กลับมาเป็นเนื้อนิ่มๆอีกเหมือนเดิม

พี่เขาเริ่มซอยใหม่อีกครั้งหลังจากที่เปลี่ยนจังหวะ แต่คราวนี้เขาเริ่มทำแรงขึ้น เริ่มขยำนมผมแรงขึ้น ดูดนมแรงขึ้น จนตัวผมเป็นจ้ำๆ และบางที่พี่เขายังกัดด้วยซ้ำ ตรงหัวนมผมแดงเป็นจ้ำ ช้ำ และเป็นรอยกัด ผมเจ็บ แต่ก็เสียวขึ้นมาอีกครั้ง ผมยังอยู่ในท่านอนหงาย พี่เขาไม่เล่นท่าควงสว่านอีกแล้ว กระแทกตรงๆ ซื่อๆ แต่รุนแรง จับผมกด จิกหัวผม มันทั้งเสียวทั้งเจ็บ จนผมทนไม่ไหวตัวเกร็ง กล้ามเนื้อเกร็งไปหมด และแตกออกมาอีกรอบ พร้อมกับเสียงครางของพี่หนุ่ม เป็นสัญญานบอกว่าไม่ไหวแล้ว

และพี่เขาก็แตกพร้อมกับฟุบตัวลงบนตัวผม ได้แต่หอบแฮ็กๆ ข้างๆ ก่อนจะบอกว่า นี่ไงเคล็ดลับเขา ถึงได้มีแต่คนติดใจตามตัวพี่เขาให้วุ่น เรา 2 คนก็หลับกันไปจนเช้า ผมตื่นก่อนพี่หนุ่ม และหนีกลับบ้านไปก่อนปล่อยให้พี่หนุ่มนอนหลับอยู่อย่างนั้น

ผมยังคงมาทำงานปรกติ แต่กลับไม่กล้ามองหน้าพี่หนุ่มตรงๆ ไม่กล้าอยู่กับพี่หนุ่ม 2 ต่อ 2 จากที่ผมเคยเกลียดพี่หนุ่มกลับกลายเป็นผมรู้สึกแปลกๆ กับพี่เขา พี่เขาคงรู้ตัวเหมือนกันว่าผมคงรู้สึกอะไรบางอย่างกับเขา พี่เขาได้แต่มองและอมยิ้ม แต่ผมกลับไม่กล้าสบตาพี่เขาทุกครั้ง ทุกทีที่พี่เขาเข้ามาใกล้ๆ ผมจะต้องขอตัวเบี่ยงออกมาจากที่นั่น ไม่ใช่ว่าผมรังเกียจเขามากขึ้น กลับกันผมกลับรู้สึกอายเหมือนคนที่เพิ่งมีความรัก

ผมรู้ตัวครับว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ผมคงต้องหลงเขาแน่ๆ และอาจแสดงความหึงหวงพี่เขา ถ้าพี่เขาไปกับคนอื่น ผมทำงานที่นั่นต่ออีก 1 เดือน ก็ลาออกจากที่นั่น โดยที่เรายังไม่ได้คุยกันให้รู้เรื่อง ผมคงลืมรสสวาทพี่เขาไม่ลงจริงๆ ทุกครั้งที่นึกถึง ก็แทบจะแตกทันทีโดนที่ไม่ต้องแตะต้องของตัวเองเลย พี่เขาจะรู้ไหมนะว่าผมหน่ะ หลงรส Sex ของเขาเข้าแล้ว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น